Give your feedback

International Conference on IT Management and Engineering Practices (ITMEP) 2013 in Hongkong

หลังจากทีมงาน GPI Asia ได้ไปเก็บบรรยากาศภาพและความรู้ดีๆ จากงานสัมมนา International Conference on IT Management and Engineering Practices (ITMEP) 2013 ที่จัดขึ้นที่ฮ่องกง ไปเมื่อวันที่ 17-18 มกราคม 2556 โดยวัตถุประสงค์ของงาน มุ่งเน้นการแบ่งปันประสบการณ์ และแลกเปลี่ยนความรู้สำหรับเป็นแนวทางในการบริหารจัดการและนำไปประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรม ITให้เติบโตต่อไป

ในงานนี้ได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญทางด้าน IT และนักวิชาการมากมายจากทั้งหน่วยงานของรัฐ องค์กรเอกชนขนาดเล็กและขนาดใหญ่ในหลากหลายสาขา มาร่วมพูดคุย รวมทั้ง Mr. Paul Iredale ประธานบริษัท GPI Asia ซึ่งได้รับเกียรติ เชิญให้ขึ้นเป็น Speaker เพื่อบรรยายในหัวข้อ “Why the Outsourcing World Needs CMMI for Acquisition” และหัวข้อ “CMMI and Agile Do Co-Exist” ด้วยค่ะ

 

ซึ่งได้รับความสนใจจากหลายองค์กรที่เริ่มนำเอา CMMI เข้าไปใช้ในการปรับปรุงกระบวนการทำงานทั้งนี้ทีมงาน GPI Asia ได้เข้าร่วมการสัมมนาตลอดทั้งสองวันและได้รวบรวมเอาความรู้ดีๆ ที่ได้รับกลับมาสรุปให้กับลูกค้าทุกท่านตามสัญญาค่ะ

โดยในวันที่ 17 มกราคม 2556 ภายหลังการลงทะเบียน ได้รับเกียรติจาก Mr. Lam Wai Kiu, Victor, Deputy Government CIO (Consulting and Operations), Office of the Government Chief Information Officer (OGCIO), The Government of the Hong Kong Special Administrative Region, Hong Kong เป็นประธานในการกล่าวต้อนรับทุกคนเข้าสู่งานสัมมนา ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 โดย Department of Computing of the Hong Kong Polytechnic University, and Hong Kong Software and Systems Process Improvement Network (HKSPIN)


สำหรับในรายละเอียดนั้น Mr. Victor Lam ได้นำเสนอประสบการณ์ของรัฐบาลใน 3 ด้านใหญ่ๆ

  1. การนำ Best practices ในด้าน IT Service Management มาใช้ โดย Mr. Lam ได้ชี้แจงว่า รัฐบาลมีความตั้งใจจะปรับปรุงคุณภาพของ IT Operations ในรัฐบาลเอง โดยได้มีการทำตาม IT Infrastructure Library (ITIL) และ ISO/IEC 20000 ในเดือนเมษายน ปี 2554 หน่วยงานของเรา ได้รับ certificate ISO/IEC 20000 สำหรับ Data centre services ซึ่งถือเป็นการรับรองระดับ international อันแรกในส่วนของ IT service management ที่ให้กับรัฐบาลเขตปกครองพิเศษฮ่องกง และเราถือเป็น 1 ใน 23 องค์กร ในฮ่องกง ที่ได้รับ certificate นี้
  2. การนำ Best practices ในด้าน Project Management มาใช้ ในปีการเงินนี้ รัฐบาลได้ใช้เงินไปกับโครงการ IT เกือบ 2 พันล้านฮ่องกงดอลลาร์ โดยมีโครงการมากกว่า 600 โครงการ หน่วยงานของเรา มีหน้าที่ให้คำแนะนำในการกำกับดูแลโครงการเหล่านั้น เราได้ออก Project Management Practice guide ฉบับปรับปรุงในปี 2554 โดยนำแนวทางของ PMP และ PRINCE มาปรับใช้
  3. การเสริมสร้าง Employees’ skills พนักงานในหน่วยงานของเรามากกว่า 320 คน ได้รับ ITIL certifications ตั้งแต่ระดับ Foundation ถึง Expert หลายคนได้รับ certificates ในด้าน Project Management ทั้งของ PRINCE และ PMP, IT security certifications (CISM, CISSP) และ certifications ของ ISO/IEC 20000 Consultant และ Certified Data Centre Professional ในปีที่แล้ว เราได้มีการจัด class มากกว่า 45 classes / sharing sessions ให้กับพนักงานกว่า 1,700 คน เราเชื่อว่าการเสริมสร้าง skill ของคน ICT จะช่วยเพิ่มคุณภาพและความสามารถในการแข่งขันของบริการด้าน ICT ในฮ่องกงได้

Mr. Victor Lam สรุปว่า “ท้ายที่สุด เราต้อง share ประสบการณ์ และ best practices เหมือนอย่างที่เราทำใน Conference นี้ และหวังว่า Conference นี้จะสำเร็จด้วยดีและทุกๆ ท่านจะได้รับประสบการณ์ที่มีประโยชน์กลับไป” ซึ่งหลังจากนั้นการบรรยายจะแบ่งออกเป็น Session ต่างๆ โดยในวันแรกนี้จะเน้นในประเด็นของ Governance & Cloud และ Testing ตามรายละเอียดด้านล่างนี้นะคะ

 
Keynote Speech: “Digital Technology Innovation – a Critical Driver for Business Success”
โดย Mr. Sunny Lee, JP Chairperson, CIO Board, The Hong Kong Computer Society, Hong Kong

ปัจจุบันนี้ความก้าวหน้าของ cloud computing และ smart devices ทำให้ Digital Innovation เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในธุรกิจต่างๆ ยกตัวอย่างแผนก IT ของบริษัท Hong Kong Jockey Club ที่มีธุรกิจหลักด้าน Horse racing, Lottery, Membership, Betting and Charity ซึ่งได้ทำการศึกษาวิจัยความต้องการของลูกค้าและพัฒนา IBU ซึ่งกลายเป็น the world’s first and largest racing entertainment table ในเดือน May 2012

ทั้งนี้หลักการง่ายๆ 3 ข้อที่ได้นำมาใช้และทำให้เกิด Innovation ได้คือ

  • Doing the Right Things
    • Clearly defined business objectives; thoroughly engaging the customers
    • Selecting the right innovation initiatives to pursue
    • Clearly articulated business requirements
  • Doing Things Right
    • Implement governance thru out the innovation process (including sound PM and quality)
    • Taking a holistic approach (i.e., people, process, organization, technology)
    • Technical solution driven by enterprise architecture
  • Using the Right Resources
    • Fully leveraging external partnership for idea generation and to optimize cost and time-to-market
    • Increase resource flexibility through leveraging outside resources & expertise (e.g., offshore and contractors)

 

Keynote Speech: Technology: Finding Our Place in Hong Kong’s Economic Development
โดย Mr. Charles Mok, Legislative Councilor (Information Technology), The Government of the Hong Kong Special Administrative Region, Hong Kong

 

ผู้บรรยายได้กล่าวไว้ว่า ถึงแม้ฮ่องกงถือเป็นประเทศที่ติดอับดับต้นๆ ในการเชื่อมต่อออนไลน์และมีการใช้งานอินเตอร์เน็ตบนโทรศัพท์มือถือกันอย่างแพร่หลาย แต่กลับพบว่าการเติบโตในทางธุรกิจออนไลน์ในฮ่องกงกลับไม่เติบโตและเป็นอย่างที่เห็นกันในประเทศอื่นๆ เนื่องจากยังไม่ได้มีการเตรียม Service สำหรับอุปกรณ์เหล่านี้เอาไว้รองรับ จึงทำให้เกิดคำถามขึ้นว่า ฮ่องกงจะเป็นผูู้ประดิษฐ์นวัตกรรมในโลกออนไลน์หรือจะเป็นเพียงผู้ผลิตหรือผู้บริโภคเท่านั้น?  

เนื่องจากโลกออนไลน์ถือเป็นสิ่งสำคัญในฮ่องกง นอกจากจะช่วยให้ธุรกิจสามารถเข้าถึงตลาดโลกได้อย่างรวดเร็วแล้ว ยังช่วยในการสร้างนวัตกรรมใหม่ในการพัฒนา Application และบริการที่รองรับการดำเนินการได้ทั่วโลกอีกด้วย ซึ่งที่ผ่านมามีรายงานตัวเลขว่าเศรษฐกิจทางด้าน IT ของฮ่องกงคิดเป็น 5.9% ของ Hongkong GDP ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงมากและเป็นตัวกระตุ้นที่ชี้ชัดว่าฮ่องกงควรหันมาให้ความสนใจในการเติบโตของเศรษฐกิจทางด้าน IT ให้มากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

ผู้บรรยายได้เล็งเห็นถึงความจำเป็นที่ให้ทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องร่วมกันผลักดันให้เกิด “Silicon Harbour” เพื่อเป็นศูนย์รวมธุรกิจอุตสาหกรรม IT ในฮ่องกง ทั้งนี้ความท้าทายหลักๆ ที่ฮ่องกงยังคงต้องเผชิญอยู่ อาทิเช่น ภาพลักษณ์ของธุรกิจ IT ที่คนฮ่องกงยังคงมองว่าคนที่ทำงานในสาย IT ต้องทำงานหนักแต่กลับไม่ได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่า, ขนาดของตลาดที่มีอย่างจำกัด, ปัญหาการลงทุนในอุตสหากรรม IT เป็นต้น เหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญที่ฮ่องกงจะต้องแก้ไขให้ได้

นอกเหนือจากนี้ยังเห็นควรให้มีการกำหนดนโยบายเพื่อเร่งผลักดันในปี 2013 เช่น การตั้งคณะทำงานในการพัฒนาเศรษฐกิจทางด้านอุตสาหกรรม IT การให้ความสนับสนุนหน่วยงานทั้งทางภาครัฐ อุตสาหากรรม หน่วยงานด้านการศึกษา และศูนย์วิจัยต่างๆ การปรับปรุงนโยบายในการฟื้นฟูอุตสาหกรรม IT ตลอดจนการสนับสนุนให้เกิดการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ขึ้นในฮ่องกงด้วย สิ่งเหล่านี้ทำให้เห็นว่าว่าฮ่องกงยังต้องการคนที่มีความเชี่ยวชาญทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอีกเป็นจำนวนมาก รวมทั้งฮ่องกงก็ควรจะมีการกำหนดกฎหมายที่รองรับกับนวัตกรรมใหม่ๆ และสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีด้วย

 

Cloud Computing Governance with COBIT
โดย Mr. Frank Chow, Senior Manager, Automated Systems (HK) Ltd, Hong Kong

Mr. Chow ได้แสดงถึงอุปสรรคส่วนใหญ่ในการพัฒนาด้าน Cloud Computing ซึ่งพบว่า 70% เกี่ยวกับความกังวลในด้านความปลอดภัยภายใน Cloud Computing ซึ่งเป็นส่วนที่สูงที่สุด

อะไรคือ Could Computing?
การใช้กลุ่มของบริการ (services), applications, ข้อมูล (information) และ infrastructure ซึ่งประกอบไปด้วย pools ของเครื่องคอมพิวเตอร์ network ข้อมูล และที่จัดเก็บ (storage)

COBIT คืออะไร?
COBIT (Control Objectives for Information and Related Technology) เป็นแนวทางการปฏิบัติสำหรับกระบวนการ IT โดยได้ถูกจัดเรียงในโครงสร้างที่ง่ายต่อการจัดการ และตรงความต้องการหลากหลายของผู้บริหารองค์กร COBIT มีการวัด 5 ระดับ (COBIT 5 Process Capability Model) ซึ่งได้มีการนำมาปรับใช้กับ Cloud Computing เป็นตัวอย่างของ Cloud computing maturity model ดังนี้

• Level 1 : Initial / ad hoc
 
มีความต้องการนโยบาย cloud computing และ risk management, บางหน่วยงานอาจมีนโยบาย cloud computing ของตนเอง

• Level 2 : Repeatable but Intuitive
นโยบาย Cloud computing และ risk management ถูกประกาศ และวางแผน

• Level 3 : Defined
นโยบาย Cloud computing ถูกนำไปใช้ กระบวนการถูกจัดทำ บันทึก และนำไปใช้ กระบวนการ Risk Management ได้รับการอนุมัติ และนำไปใช้

• Level 4 : Managed and Measurable
มีการ review นโยบาย Cloud computing อย่างสม่ำเสมอ มีการนำ best practices มาใช้ และทำซ้ำ

• Level 5 : Optimized
มีการปรับปรุงนโยบาย Cloud computing อย่างต่อเนื่อง มีการเชื่อมโยงกันของ นโยบาย และกระบวนการ best practice ถูกส่งต่อ กระบวนการมีการพัฒนาไปสู่ automated workflow

 
Why the Outsourcing World Needs CMMI for Acquisition
โดย Mr. Paul Iredale, Director, Global Process Innovations Asia Ltd, UK

จากข้อมูลหลายองค์กรที่มีการจัดซื้อจัดจ้างได้พบว่าสาเหตุหลักที่มีส่วนทำให้โครงการเกิดความความล้มเหลวมาจากการบริหารงานที่ไม่ดี  การไม่เข้าใจถึงความต้องการของลูกค้าที่ชัดเจน การกำหนด Requirement ที่ไม่ดีพอ ไม่สามารถควบคุมการเปลี่ยนแปลง Requirement ได้ การเลือก Supplier ไม่ดีพอ หรือแม้แต่กระบวนการในการทำข้อตกลงไม่ชัดเจนเองก็ตาม

CMMI ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อปรับปรุง Model ของ SW-CMM ที่มีอยู่เดิม โดยนำเอา Best Practice ของการพัฒนา Software ในด้านต่างๆ รวมขึ้นเป็นกรอบมาตรฐานสำหรับการใช้เป็นจุดเริ่มต้นของการปรับปรุงกระบวนการในองค์กรอย่างกว้างขวาง โดย CMMI ประกอบไปด้วย 3 Constellations คือ CMMI for Development, CMMI for Service และ CMMI for Acquisition ซึ่งทั้ง 3 Constellations มี 16 Process Areas ร่วมกัน

CMMI Acquisition จะมีอีก 6 PAs เพิ่มขึ้นคือ

[Level 2]
1. Agreement Management (AM) เพื่อให้มั่นใจว่า Product และ Service จะส่งมอบให้ผู้จัดซื้อจัดจ้างตามกำหนดและเป็นไปตามข้อตกลงทั้งสองฝ่าย
2. Solicitation and Supplier Agreement Development (SSAD) เพื่อไม่ให้ชิ้นงานหรือบริการที่ได้รับมีค่าใช้จ่ายสูงเกินกว่าที่ผู้จัดซื้อจัดจ้างกำหนดไว้
3. Acquisition Requirements Development (ARD) เพื่อให้มั่นใจว่าชิ้นงานหรือบริการที่ได้รับตอนส่งมอบงานเป็นไปตามความต้องการของผู้จัดซื้อจัดจ้าง

[Level 3]
4. Acquisition Technical Management (ATM) เพื่อให้มั่นใจว่าชิ้นงานหรือบริการที่ได้รับตอนส่งมอบงานเป็นไปตามการออกแบบและการพัฒนาชิ้นงานที่ผู้จัดซื้อจัดจ้างต้องการ
5. Acquisition Verification (AVER) เพื่อให้มั่นใจว่าชิ้นงานที่ได้รับมอบมานั้นมีการตรวจสอบว่าสามารถทำงานได้ถูกต้องตามที่ผู้จัดซื้อจัดจ้างต้องการ
6. Acquisition Validation (AVAL) เพื่อให้มั่นใจว่าชิ้นงานที่ได้รับมอบมานั้นมีการตรวจสอบว่าสามารถเป็นไปตามความต้องการของผู้จัดซื้อจัดจ้าง

ทั้งนี้จะเห็นได้ว่า CMMI for Development จะมุ่งเน้นในการพัฒนา Application แต่ CMMI for Acquisition จะมุ่งเน้นในการจัดซื้อจัดจ้างไม่ว่าจะเป็น Product หรือ Service ก็ตาม ถือได้ว่ามีโอกาสประสบความสำเร็จสูงในการทำงานร่วมกัน หากทั้งผู้จัดซื้อจัดจ้างและผู้ถูกว่าจ้างมีกระบวนการที่ดี โดยในแง่ผู้จัดซื้อจัดจ้างดำเนินงานตาม CMMI for Acquisition และในแง่ผู้ถูกว่าจ้างดำเนินงานตาม CMMI for Development

ประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับ Suppliers มีหลายด้าน อาทิเช่น การบริหารจัดการผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยผู้จัดซื้อจัดจ้างทำได้ดีขึ้น, ผู้ถูกว่าจ้างเข้าใจความต้องการของ end user ได้ชัดเจนขึ้น และมีการ Raise change น้อยลง, การตรวจรับงานนช่วยให้สามารถตรวจสอบได้ตั้งแต่ในช่วงต้น เป็นการลดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นในช่วงท้ายของการส่งมอบงาน, ข้อตกลงกับผู้ถูกว่าจ้างได้กำหนดไว้เป็นมาตรฐานชัดเจน สามารถช่วยลดความคลุมเคลือที่อาจจะเกิดขึ้นได้ ตลอดจนช่วยให้ Cost ลดลงถึง 30% ในขณะที่ Defect หลังการส่งมอบงานลดลงถึง 60% ด้วย

 

System Performance and Load Testing
โดย Mr. Charles Tse, Manager, A global management consultant firm, Hong Kong

System Performance and Load Testing เป็นงานที่ใช้เวลาและทรัพยากรมาก แต่จำเป็นต้องทำเนื่องจากเหตุผลหลายประการ เช่น

  • Cost of Business Interruption
  • Cost of Reputation Damage
  • Exposure of Security Holes
  • Opportunity Costs of Personnel and Other Resources to Fix Incidents

ทั้งนี้ ข้อผิดพลาดที่พบได้บ่อยๆในการทำ System Performance and Load Testing ได้แก่

  • การประเมิน Average vs Peak Usage ที่ผิดพลาด
  • Under-Estimation of Peak Damage
  • Effectiveness of Unrealistic Scenarios
  • Load Scenarios is Static
  • Adding Hardware is The Silver Bullet

Charles ได้แนะนำทฤษฎีที่จะสามารถนำมาใช้ได้ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น

  • Amdahl’s Law
  • Big O Notation
  • Moore’s Law
  • Baseline -> Average Load -> Peak Load -> 2X Peak Load -> 4X Peak Load

และสุดท้าย Charles ได้ให้ tipsไว้ดังนี้

  • Communicate: choose the best time to introduce, nobody’s fault
  • Define: business case studies; borrow figures from similar apps/systems
  • Detect/Measure: implement detectors; synchronize systems’ clocks; measure tolerance dimensions
  • Plan: collection of resource/user usage statistics; built into applications; periodic review of usage profile
  • Tune: know the usage pattern; pseudo-random simulation
  • React: breakdown and conquer; log file; turn up sampling
  • Cloud computing: IAAS, PAAS, SAAS

 

Mobile Applications Testing and Test Automation
โดย Ms. Wendy Chan, Senior Manager (Systems Assurance), The Hong Kong Jockey Club, Hong Kong

ในปัจจุบันบริการ การพนัน HKJC ผ่าน mobile (HKJC Mobile Betting Service) รองรับ applications บน mobile phone 4 รูปแบบ คือ iPad, iPhone, Android และ Java-based handsets

สิ่งท้าทายสำหรับ Mobile application testing

• Test process ใช้แบบดั้งเดิมได้หรือไม่ จะทำงานร่วมกับ vendor อย่างไร จะจัดการกับ bugs / fixes ระหว่าง test อย่างไร
• Test devices (OS + HW) มีกี่แบบที่ต้อง test และจะ test มากน้อยแค่ไหนในแต่ละ device
• Test scope : functional, scenarios, stability, performance และอื่นๆ อีกหรือไม่
• Test automation : ทำหรือไม่ทำ คุ้มหรือไม่

 Test phases ของ HKJC product development lifecycle

• Development Test – by Development team รวมถึง vendor
• System Integration Test (SIT) – by SA team (Fit for Purpose)
• System Assurance Test (SAT), with Load test – by SA team (Fit for Purpose)
• User Acceptance Test (UAT) – by Betting team (Fit for Use)
• Field Trial – by friendly users ซึ่งเลือกโดย partners (Fit for Use)

โดยก่อนเข้าสู่แต่ละ phase จะมีการทำ Gate Review ก่อนเพื่อตรวจสอบ entry/exit criteria ว่าผ่านครบถ้วน

ตัวชี้วัดที่สำคัญ

• Test progress : Test run rate and Test pass rate
• Defect trend : Defect arrival and Defect resolution (Critical vs. all defects)
• Defect fix success rate vs. breakage

สิ่งท้าทายสำหรับ Test Automation สำหรับ Mobile Applications

• Mobile devices ออกรุ่นใหม่ ทุก 9-12 เดือน
• ความสามารถของ Test tool ที่เข้ากับ devices ใหม่ๆ และ OS
• Enhancement ของ mobile application ต่างๆ เช่น ปรับหน้าตา UI ปรับ workflow
• ความหลากหลายของ test devices เช่น resolution, ขนาดจอ และอื่นๆ

 “Test Automation ช่วยเสริม Manual Testing เท่านั้น ไม่ได้มาแทน Manual Testing”

 

The Testing Techniques & Best Practices for Rapid Development
โดย Mr. Rajesh Mathur, Test Delivery Manager, Cathay Pacific Airways, Hong Kong

Mr Rajesh ได้ยกตัวอย่างความเสียหายที่เกิดขึ้นกับหลายบริษัทเนื่องจากความผิดพลาดของระบบ และแนะนำ proper testing ที่เหมาะสมกับ Rapid Development ดังนี้

  • Proper Testing is Pragmatic & Practical testing
  • Proper Testing is not just Tester’s job
  • Testing begins early in SDLC

Rajesh ได้แนะนำ เทคนิค และ Good Practices ดังนี้

  • Hire skilled developers & testers
  • Choose Context over Methodology
  • Be clear about requirements; Get the customer speak
  • Don’t create documentation that is not required
  • Don’t follow processes that no one cares about
  • Integrate Collaborate Communicate
  • Prioritize your tests, then test the priorities
  • Prioritize deliverables then develop and deliver to testers
  • Try adopting War Room Approach

และสุดท้ายให้ทำการประเมินความเสี่ยง รวมทั้งคำนึงถึงการใช้ External Consultant ซึ่งอาจจะช่วยได้ถ้าจำเป็น

 

Enabling Efficient Server Sizing
โดย Mr. Brendan Sapience, Account Manager, ORSYP Software, Hong Kong

เนื่องจากการใช้งาน IT ในยุคปัจจุบันมีความซับซ้อนมากขึ้น จึงทำให้การให้ความสำคัญกับ Efficiency หรือประสิทธิภาพในการใช้งาน Server น้อยลง โดยเฉพาะในองค์กรที่มีปริมาณ Server ที่ต้องดูแลเป็นจำนวนมากและ Server ต้องทำงานตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ผู้บรรยายได้มองขั้นตอนที่สามารถปรับปรุงความสามารถในการทำงานของ Server ได้ 3 จุด คือ 1) ทำอย่างไรจึงจะเพิ่ม Capacity ได้ 2) ทำอย่างไรจึงจะลด Overcapacity ได้ และ 3) เราจะปรับปรุง Capacity อย่างต่อเนื่องได้อย่างไร

ผู้บรรยายได้นำ Lean Six-Sigma Methodology เข้ามาช่วยในการปรับปรุง โดยเริ่มต้นตาม Six-Sigma Improvement Approach: DMAIC จะเน้นการใช้ Resource ให้น้อยลงเพื่อให้ผลผลิตที่มากขึ้น

D-Define: กำหนดมาตรฐานของ Server Utilization โดยพิจารณาจาการใช้งานโดยทั่วไป ทำให้ทราบว่า Server ทั่วไปจะใช้งานอยู่ที่ 3%-50% ของ Capacity ต่ำกว่า 3% จะเป็น Waste ส่วนที่เกิน 50% จะเป็น Performance Risk

M-Measure: การกำหนดค่า Metrics ต่างๆ โดยต้องทราบถึงประสิทธิภาพเพื่อวัดการทำงาน ณ ขณะนั้นและค่าเบี่ยงเบนที่เกิดขึ้น และนำไปวัดค่าการทำงานจริงที่เกิดขึ้นทำให้ทราบถึงจำนวน Server ที่ตกอยู่ใน Waste area

A-Analyze: เมื่อเก็บข้อมูลแล้วก็วิเคราะห์ถึงปัญหา เพื่อหาว่าอะไรเป็นสาเหตุ โดยนำจำนวน Server ใน Waste area มาดูจัด Category ตามรายละเอียด Equipment ที่เกี่ยวข้อง เช่น Ram, CPU รวมถึง Cost ที่เกิดขึ้นด้วย และนำมาวิเคราะห์ต่อจนพบว่า 80% ของ Cost จาก Server ที่ตกอยู่ใน Waste area นั้น เกิดจาก Server ใด โดยจะนำไป Prioritize เพื่อให้ทราบว่าต้องจัดการกับ Server ใดบ้าง

I-Improve: เลือกปัญหานำมาสำหรับหาแนวทางในการปรับปรุง โดยการเลือก Server ที่มี Priority สูงก่อนในการนำไปปรับปรุง

C-Control: หาวิธีการควบคุมให้ประสิทธิภาพดีขึ้นโดยกำหนด Process ขึ้นมาควบคุม ด้วยการนำเอา Server ในส่วน Waste ไป share กับ Server ที่ Capacity ยังไม่ถึง ซึ่งเมื่อเก็บข้อมูลจะพบว่า Resource Cost ในแต่ละเดือนค่อยๆ ลดลง

จากนั้นเพื่อให้สามารถปรับปรุง Capacity ได้อย่างต่อเนื่องจะใช้ Lean เพื่อเน้นการลดของเสียและเพิ่มความสามารถในการทำงาน และนำมาใช้ร่วมกับ ITIL ในการกำหนด Capacity Management ก็จะได้แนวทางในการปรับปรุง Efficiency ของ Server เมื่อนำมา Implement แล้วนอกจากจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ก็ยังมีผลทางด้าน financial ในการลด Cost ทั้ง Cost จากการซื้อ Server หรือ Space ในการตั้ง Server ด้วย

เมื่อนำมา Implement ก็จะต้องมีการเก็บข้อมูล Capacity ที่ถูกต้องตามช่วงเวลาในการใช้งาน Server และนำข้อมูลมา Plot กราฟ และวิเคราะห์เพิ่มในการ Optimize (การทำ Optimize ไม่ได้หมายถึงลดจำนวน Server เพียงอย่างเดียวแต่อาจหมายถึงการซื้อเพิ่มเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด) เพื่อตัดสินใจว่า Server ใดที่ควร Upgrade หรือ Consolidate ทั้งนี้การทำ Utilize ก็ต้องดูจุดประสงค์ของ Server ด้วย หากเป็น Server ที่ใช้เพื่อการ Recovery ในกรณีที่เกิด Disaster ก็ไม่จำเป็นที่ต้องจัดการ เนื่องจากไม่ได้ถือเป็นการทำงานแบบปกติทั่วไป
 

<งานสัมมนาวันที่ 2 >

« See Other Events